"แชมป์,ตั๋วชปล.,ตกชั้น"วัดกัน!7 ประเด็นร้อนนัดสุดท้าย พรีเมียร์ลีก 2021/22

โพสต์โดย : Admin เมื่อ 22 พ.ค. 2565 12:40:14 น. เข้าชม 75 ครั้ง

พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021/22 เดินทางมาถึงเกมสุดท้าย โดยการลุ้นในหมวดต่าง ๆ ยังคงร้อนระอุ ไม่ว่าจะการหาทีมแชมเปี้ยนส์, ตั๋วใบสุดท้ายไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก หรือจะทีมตกชั้นที่ยังขาดอีก 1 ที่

    สำหรับประเด็นร้อนต่าง ๆ มีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย เราจะพาแฟน ๆ ไปอุ่นเครื่องก่อนจะลุ้นกันในคืนนี้เวลา 4 ทุ่มตรง

    "อาร์เซน่อล-เอฟเวอร์ตัน"
    หนทางที่ อาร์เซน่อล จะจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งที่ 4 นั้นคือ หนึ่งพวกเขาต้องเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ให้ได้ แล้วสองคือให้ นอริช ทีมบ๊วย เอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์

    ขณะที่ เอฟเวอร์ตัน รอดต้นชั้นเป็นที่แน่นอนแล้ว หลังจากพลิกนรกแซงเอาชนะ คริสตัล พาเลซ 3-2 เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

    "เดอะ กันเนอร์ส" ไม่แพ้เกมนัดสุดท้ายของซีซั่นมาเป็นเวลา 16 ปีติดต่อกัน (ชนะ 14 เสมอ 2) โดย 10 ปีหลังสุดเก็บชัยได้ทุกนัด และเมื่อใดที่พวกเขาลงเล่นเกมนัดสุดท้ายในฐานะทีมเจ้าบ้าน อาร์เซน่อล ก็เอาชนะได้ตลอด 12 เกมหลัง หนล่าสุดที่แพ้คือพ่ายต่อ สเปอร์ส 1-3 เมื่อฤดูกาล 1992/93


 

เอฟเวอร์ตัน เก็บได้ 4 แต้มจากการออกไปเล่นเกมเยือน 2 นัดหลังสุดซึ่งมากเป็นสองเท่ากับก่อนหน้านี้ที่เล่น 12 นัด (เสมอ 2 แพ้ 12) แต่การออกไปเยือนทีมในกรุงลอนดอนของพวกเขาทำได้ไม่ดีนักเมื่อแพ้ 4 จาก 5 เกมในซีซั่นนี้ เกมเดียวที่ได้แต้มคือบุกเสมอ เชลซี ที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์บูกาโย่ ซาก้า ลงเล่นให้ อาร์เซน่อล ทุกเกมในฤดูกาลนี้ (อายุ 20 ปี 259 วัน) ซึ่งจะเป็นนักเตะที่อายุน้อยลำดับที่สองที่ลงเล่นทุกเกมในลีกต่อจาก เชส ฟาเบรกาส ตอนซีซั่น 2006/07

    "ทอฟฟี่สีน้ำเงิน" บุกชนะ อาร์เซน่อล ได้เมื่อปีก่อน ยุติการไร้ชัยที่บ้าน "ปืนใหญ่" 24 นัด โดยครั้งสุดท้ายที่พวกเขาบุกชนะ อาร์เซน่อล สองหนติดต้องย้อนไปเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1987

    "เบรนท์ฟอร์ด-ลีดส์" 
    ลีดส์ จะรอดตกชั้นได้ก็ต่อเมื่อพวกเขามีผลการแข่งขันที่ดีกว่า เบิร์นลี่ย์ เท่านั้น และสถิติเมื่อเจอกับ เบรนท์ฟอร์ด นั้น ปรากฏว่า "ยูงทอง" แพ้แค่นัดเดียวจาก 6 เกมที่เจอกัน (ชนะ 2 เสมอ 3) ส่วนผลงานนัดแรกทั้งสองทีมแบ่งแต้มกันไปด้วยสกอร์ 2-2

    อย่างไรก็ตาม "เดอะ บีส์" ไม่แพ้ ลีดส์ ในบ้านตัวเองมาแล้ว 10 นัดติดต่อกัน (ชนะ 6 เสมอ 4) นับตั้งแต่แพ้ 1-2 เมื่อเดือนสิงหาคม ปี 1950


 

 ลีดส์ แพ้เกมปิดซีซั่นบนเวที พรีเมียร์ลีก แค่เกมเดียวจาก 13 เกม (ชนะ 5 เสมอ 7) โดยเกมที่แพ้คือบุกพ่าย เชลซี 0-1 ในปีที่พวกเขาตกชั้นเมื่อฤดูกาล 2003/04

    ไม่มีผู้เล่นคนใดที่ทำประตูโดยไร้จุดโทษในทีม เบรนท์ฟอร์ด ไปมากกว่า โยอัน วิสซ่า (7) อีกแล้ว โดยเขาเป็นผู้เล่นคองโก รายที่ 5 ที่ทำประตูได้จำนวนเท่านี้ในศึก พรีเมียร์ลีก หนึ่งฤดูกาล ซึ่งจากอดีตถึงปัจจุบันไม่มีแข้งคองโก ทำประตูได้มากกว่านี้เลย

    "เชลซี-วัตฟอร์ด"
    เชลซี แทบจะนอนมากับการจบอันดับที่ 3 เนื่องจากพวกเขามีแต้มห่าง สเปอร์ส ทีมอันดับ 4 อยู่ 3 แต้ม และมีผลต่างประตูได้-เสียมากกว่าถึง 18 ลูก

    ในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล "สิงห์บลูส์" ทำประตูได้มากถึง 57 ลูก มากสุดเป็นอันดับสองเป็นรองแค่ อาร์เซน่อล ที่สอยไป 64 ประตู ถึงกระนั้น เชลซี เป็นเจ้าของชัยชนะเกมสุดท้ายด้วยสกอร์ห่างมากที่สุด โดยเอาชนะ วีแกน 8-0 ในฤดูกาล 2009/10


 

 วัตฟอร์ด มีแต้มจากเกมเยือนในซีซั่นนี้สูงถึง 65% จากจำนวนคะแนนที่ทำได้ทั้งหมด (15 จาก 23) โดยมีแค่ คริสตัล พาเลซ ตอนซีซั่น 1997/98 เท่านั้นที่ทำตัวเลขนี้ได้มากกว่า (67%) และหากเกมนี้ "แตนอาละวาด" เอาชนะได้ก็จะเป็นสถิติใหม่ แต่หากได้แต้มเดียวก็จะทำได้เท่ากับ "ดิ อีเกิ้ลส์"

    เชลซี ไม่เคยแพ้ในบ้านต่อ วัตฟอร์ด ในเกม พรีเมียร์ลีก เลยสักนิด (ชนะ 6 เสมอ 1) โดยทุกเกมยิงได้อย่างน้อยสองประตูมาตลอด

    วัตฟอร์ด เป็นทีมที่ยังไม่เคยทำประตูได้จากลูกยิงนอกกรอบเขตโทษเลย โดยจากอดีตมีแค่สามทีมเท่านั้นที่ทั้งฤดูกาลยิงนอกกรอบไม่เข้าคือ พวกเขาเองตอนฤดูกาล 2019/20 และ แมนฯ ซิตี้ กับ มิดเดิ้ลสโบรส์ ตอนซีซั่น 1995/96

    "คริสตัล พาเลซ-แมนฯ ยูไนเต็ด" 
    ชัยชนะเกมนี้จะทำให้ แมนฯ ยูไนเต็ด จบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 และคว้าโควตาไปเล่น ยูฟ่า ยูโรปา ลีก รอบคัดเลือก แต่หากพลาดแล้ว เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ชัย ไบรท์ตัน ก็จะทำให้พวกเขาหล่นไปเล่น ยูฟ่า ยูโรปา คอนเฟเรนซ์ลีก แทน

    ไม่มีทีมไหนที่เก็บชัยนัดสุดท้าย พรีเมียร์ลีก ไปมากกว่า "ปีศาจแดง" อีกแล้ว (20 นัดเท่ากับ อาร์เซน่อล) ขณะที่ แมนยู ไม่แพ้ใครเลยยามเล่นเกมเยือนปิดซีซั่น 11 นัดหลังสุด (ชนะ 8 เสมอ 3) นับตั้งแต่บุกพ่าย สเปอร์ส 1-3 เมื่อซีซั่น 2000/01

  

คริสตัล พาเลซ ไม่แพ้เลยยามที่ลงเล่นนัดสุดท้ายในบ้านตัวเองบนลีกสูงสุด โดยแบ่งเป็นชนะ 6 นัด และเสมอ 3 นัดจาก 9 เกม

    คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สอยตาข่ายไปแล้ว 18 ลูกใน พรีเมียร์ลีก มีแค่ซีซั่น 2007/08 เท่านั้นที่เขายิงได้มากกว่า (31) และจากผู้เล่นที่ทำประตูได้ 100 ประตูขึ้นไป โรนัลโด้ มีตัวเลขเปอร์เซนต์ที่ยิงประตูในบ้านสูงถึง 70% จากประตูทั้งหมดที่ทำได้ในศึก พรีเมียร์ลีก (71 จาก 102)

    "ลิเวอร์พูล-วูล์ฟส์"
    เงื่อนไขของ ลิเวอร์พูล ที่จะคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก คือ 
 
     - ชนะ วูล์ฟส์ และ แมนฯ ซิตี้ ไม่ชนะ วิลล่า
    - เสมอ วูล์ฟส์ และ แมนฯ ซิตี้ แพ้ วิลล่า ด้วยผลต่างอย่างน้อย 7 ลูก
    - เสมอ วูล์ฟส์ ด้วยสกอร์ 6-6 และ แมนฯ ซิตี้ แพ้ วิลล่า ด้วยสกอร์ 0-6
    - ถ้าหาก แมนฯ ซิตี้ แพ้ด้วยผลต่าง 6 ลูกในแบบที่ทำประตูได้ ลิเวอร์พูล


 

"หงส์แดง" เอาชนะ วูล์ฟส์ ได้ตลอด 10 ลีกหลังสุดที่เล่นในบ้านตัวเอง โดยเก็บได้ถึง 8 คลีนชีต หนสุดท้ายที่พ่ายต่อทีมหมาป่าคา แอนฟิลด์ คือต้องย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2010 ในยุค รอย ฮอดจ์สัน

    นอกจากนี้ ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครในบ้านในลีกมาแล้ว 22 นัด (ชนะ 17 เสมอ 5) ทำประตู 53 ลูก และเสียแค่ 10 ประตูเท่านั้น ซึ่งหากพวกเขาไม่แพ้ในเกมนี้จะทำให้เป็นครั้งที่ 5 ที่ ลิเวอร์พูล จบฤดูกาลในลีกด้วยการไร้พ่ายในบ้าน โดยเป็นสถิติมากสุดเทียบเท่ากับ เชลซี

    ซาดิโอ มาเน่ ทำประตูเกมสุดท้ายของฤดูกาลไปแล้ว 6 ประตู มีแค่ เแฮร์รี่ เคน เท่านั้น (8) ที่ยิงได้มากกว่า

    วูล์ฟส์ ทำประตูในลีกได้แค่ 37 ลูกในซีซั่นนี้ แต่พวกเขามีโอกาสจบอันดับสูงถึงอันดับที่ 8 โดยจากที่ผ่านมามีแค่ 2 ทีมเท่านั้นที่ทำประตูได้น้อยกว่า 40 ลูกแต่สามารถจบฤดูกาลด้วยการติด 8 อันดับแรก คือ ฟูแล่ม (2008/09 ทำได้ 39 ประตู จบอันดับ 7) และ เบิร์นลี่ย์ (2017/18 ทำได้ 36 ประตู จบอันดับ 7)

    "แมนฯ ซิตี้-แอสตัน วิลล่า" 
    เงื่อนไขการคว้าแชมป์ของ แมนฯ ซิตี้ มีง่าย ๆ คือคว้าชัยเหนือ แอสตัน วิลล่า ให้ได้ แต่หากเสมอก็ลุ้นให้ ลิเวอร์พูล ไม่ชนะ วูล์ฟส์

    "เรือใบสีฟ้า" ภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คว้าชัยเกมสุดท้ายของฤดูกาลได้ตลอด 5 นัดหลังสุด ซึ่งเป็นสถิติ 100% ดีที่สุด ซึ่งถ้าทำได้ก็จะทำให้เขาคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยที่ 4 ซึ่งจะมีแค่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เท่านั้นที่ทำได้มากกว่า(13) นอกจากนี้จะทำให้ เป๊ป เป็นกุนซือที่ไม่ใช่ชาวสหราชอาณาจักรที่ประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมากที่สุด


 

แมนฯ ซิตี้ เอาชนะ วิลล่า ได้ทั้งหมด 9 จาก 10 นัดที่เจอกันล่าสุด (เสมอ 1) และ 6 นัดหลังเป็นการคว้าชัยได้ทั้งสิ้น ส่วนการพ่ายต่อ "สิงห์ผยอง" ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน ปี 2013 ด้วยสกอร์ 2-3

    ฟิล โฟเด้น ซัดไปแล้ว 9 ลูกในลีกฤดูกาลนี้ และรอตามรอย เควิน เดอ บรอยน์ (15), ราฮีม สเตอร์ลิง (13) และ ริยาด มาห์เรซ (11) ที่สามารถทำประตูได้แตะเลขสองหลัก นอกจากนี้จะยังเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ซีซั่น 2004/05 ที่ แมนฯ ซิตี้ มีนักเตะอังกฤษ 2 รายทำประตูในลีกได้อย่างน้อย 10 ประตู ที่ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ กับ ฌอน ไรท์-ฟิลลิปส์ เคยทำไว้

    เมื่อปีก่อน วิลล่า เอาชนะ เชลซี 2-1 ในเกมนัดปิดซีวั่น แต่พวกเขาก็ไม่เคยเอาชนะเกมปิดฤดูกาล 2 นัดติดได้เลยนับตั้งแต่ซีซั่น 1996/97 และ 1997/98 

    "นอริช-สเปอร์ส" 
    สเปอร์ส ขอแค่มีแต้มในเกมนี้ก็จะทำให้พวกเขาได้ไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ซีซั่นหน้า 

    "ไก่เดือยทอง" แพ้แค่นัดเดียวจาก 10 เกมที่ออกไปเยือน นอริช (ชนะ 6 เสมอ 3) ครั้งสุดท้ายที่แพ้เกิดขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2014 


 

  อันโตนิโอ คอนเต้ จะเป็นกุนซือคนที่ 5 ที่พาทีมสองทีมจบท็อปโฟร์ได้ ต่อจาก เคนนี่ ดัลกลิช, ราฟาเอล เบนิเตซ, เคลาดิโอ รานิเอรี่ และ โชเซ่ มูรินโญ่

    นี่จะเป็นครั้งที่ 6  ที่ สเปอร์ส เผชิญหน้ากับทีมที่ตกชั้นไปแล้วในเกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าพวกเขาแพ้มากกว่าชนะ (ชนะ 2 แพ้ 3) 

    นอริช เป็นทีมที่เสียลูกจุดโทษมากที่สุดของ พรีเมียร์ลีก ในฤดูกาลนี้ ด้วยจำนวน 12 ลูก ขณะที่ แฮร์รี่ เคน ทำประตูจากลูกจุดโทษในเกมลีกมาได้ 2 นัดติดต่อกันแล้ว และมันก็ไม่เคยมีนักเตะ สเปอร์ส คนไหนเลยที่ยิงลูกจุดโทษในลีกเข้าประตูเป็นจำนวน 3 นัด